Menu

แสงมณี

Leave a comment

แสงมณี หนึ่งในนักมวยไทยที่เก่งกาจที่สุดของโลกกำลังจะเปิดตัวกับ วัน แชมเปียนชิพ ในวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในศึก ONE: MASTERS OF FATE เพื่อดวลเดือดกับคู่ต่อสู้คนแรกในเวทีนี้อย่าง “The Magician” อาซิซ ลาลี 

แม้จะมีอายุเพียง 22 ปี แต่เจ้าของฉายา “ทารกเงินล้าน” หรือที่ฝรั่งพากันเรียกว่า “The Million Dollar Baby” แสงมณี เสถียรมวยไทยยิม กอบโกยความสำเร็จเป็นถึงแชมป์โลกมวยไทย 7 สมัย มีชื่อเสียงระดับต้นๆ ของประเทศไทย ด้วยสไตล์การชกที่เฉียบขาด บวกกับหน้าตาที่ดูหล่อเหลาเอาการ

วันนี้เราจะพาไปรู้จักเขาให้มากขึ้น กับการเปิดใจถึงเส้นทางชีวิตเด็กบ้านนอก ก่อนมาเป็นยอดมวยอย่างทุกวันนี้

แสงมณี เกิดและเติบโตที่จังหวัดขอนแก่น โดยครอบครัวมีอาชีพทำนา ฐานะยากจนและใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในหมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญ

พวกเขามีรายได้น้อยหรือแทบจะไม่มีเงินเลย ผลตอบแทนส่วนใหญ่ที่ได้ คือข้าวที่เอาไว้กินในครอบครัว นอกจากนี้การทำนายังต้องพึ่งฟ้าพึ่งฝน หากช่วงไหนมีภัยแล้งหรือน้ำท่วม ไร่นาก็จะได้รับความเสียหายไม่น้อย 

เมื่อเอาแน่เอานอนกับธรรมชาติไม่ได้ พวกเขาจึงต้องดิ้นรนหาวิธีอื่นเพื่อหาเลี้ยงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผักไว้กินเอง ออกหาอาหารอื่นๆ หรือแม้แต่ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน 

“เราอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ต้องอาศัยดึงไฟฟ้าจากเพื่อนบ้านมาใช้ และยังต้องขอใช้ห้องน้ำของเขาด้วย”

พ่อของ แสงมณี จำต้องยึดอาชีพค้ากำปั้นเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว เมื่อ แสงมณี อายุได้ 6 ขวบ พ่อจึงตัดสินใจให้ลูกชายคนนี้เดินตามรอยเท้าของตัวเอง

ทั้งสองคนฝึกฝนด้วยกันที่บ้าน ยิมชั่วคราวที่เป็นพื้นดินและอยู่บริเวณหน้าบ้านอันแสนเรียบง่าย แต่ยิมของพวกเขาก็เริ่มคึกคักอย่างรวดเร็ว เมื่อเด็กๆ ในหมู่บ้านต่างพากันมาร่วมฝึกซ้อมด้วย

หลังจากฝึกได้หนึ่งเดือน แสงมณี ก็เริ่มฉายแววอัจฉริยะด้านมวยไทยอย่างเด่นชัด โดยไฟต์แรกของชีวิต เขาถูกอุ้มขึ้นเวทีเนื่องจากตัวเล็กเกินไปที่จะก้าวข้ามเชือกได้เอง

“ผมชนะในการชกครั้งแรก ผมดีใจและตื่นเต้นมาก และผมอยากขึ้นสังเวียนอีก แม้จะได้ค่าตัวแค่ 200 บาท แต่มันก็ช่วยจุนเจือครอบครัวได้ หลังจากนั้นผมก็ตระเวนไปตามงานวัด หรือที่ที่มีเวทีให้ผมชก”

พ่อของ แสงมณี ภูมิใจที่ได้เห็นแสงสว่างในทางเดินของลูกชาย เขาจึงอำลาสังเวียนเพื่อทุ่มเทเวลาให้กับการปลุกปั้น แสงมณี ท่ามกลางความดูแคลนของคนในสังคม

“คนมักจะดูถูกเราเพราะพวกเราจน พวกเขาบอกว่ามวยไทยช่วยอะไรเราไม่ได้ทั้งนั้นแหละ ผมจะไม่มีวันลืมความยากลำบากของครอบครัวในช่วงเวลานั้นเลย มันใช้เวลานานมากกว่าที่เราจะลืมตาอ้าปากได้”

แสงมณี ใช้เวลาไม่นานในการสั่งสมกระดูกมวยและเดินสายชก กวาดคู่ต่อสู้ทุกคนในละแวกบ้านเกิด จนอายุ 10 ขวบ เขาถูกชวนให้ขึ้นชกในศึกอัศวินดำมวยรอบทารกเงินล้าน ที่กรุงเทพฯ ก่อนคว้าชัยชนะได้เข็มขัดแชมป์มาครอบครอง หลังจากการแข่งขันสุดดุเดือด 5 ยก แต่ถึงกระนั้น แสงมณี ก็ยังรู้สึกกระหายกับการไล่ล่าความสำเร็จชิ้นต่อไป

“มันเป็นความฝันของผมที่จะครองแชมป์สนามมวยเวทีลุมพินีและราชดำเนินให้ได้ ตอนผมยังเด็ก มันไม่รู้สึกกดดันอะไร เราก็แค่เดินไปตามทางของมัน ผมรักมวยไทย และก็ได้เห็นครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ”

คิวทองของ “ทารกเงินล้าน” เดินทางมาถึงจุดที่เขาต้องแข่ง 8 ไฟต์ใน 7 วัน แต่มันทำให้เขามีความสุขที่ได้เห็นเงินค่าตัวเพิ่มขึ้นตามลำดับ พร้อมกับเปลี่ยนชีวิตของตัวเองและครอบครัว

ในขณะที่ “ทารกเงินล้าน” เข้าใกล้ความสำเร็จไปทุกที เขาก็ได้ย้ายมาฝึกอยู่กับค่าย 13 เหรียญทาวเวอร์ที่กรุงเทพฯ ซึ่งทำให้เขาเปลี่ยนจากมวยกอดรัก มาเป็นยอดมวยฝีมือของวงการ

เขาจำได้ว่าหลายคนแนะนำให้เขาปรับเปลี่ยนสไตล์การชกให้มีความหลากหลาย หากอยากรุ่งบนสังเวียนมวยไทย เขาจึงได้พัฒนาเกมรุก เกมรับ โดยได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าตำนานมวยไทยอย่าง “แสนชัย พี.เค. แสนชัยมวยไทยยิม” 

“มันเจ๋งมากที่ได้ซ้อมกับพี่เขา และผมได้เทคนิคใหม่ๆ ที่แตกต่างมากมาย”

เมื่ออายุ 15 ปี แสงมณี บรรลุความฝันของตัวเองหลังคว้าแชมป์สนามเวทีลุมพีนี รุ่น 105 ปอนด์มาครอง ก่อนได้แชมป์สนามมวยเวทีราชดำเนินอีก 3 รุ่น และแชมป์ S-1 

ความสำเร็จอันน่าทึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ “นักมวยไทยยอดเยี่ยม” ของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ปี 2555 และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักมวยแถวหน้าที่เก่งกาจที่สุด ชกดุเดือดที่สุด และกระชากเรตติ้งรายการได้สูงสุดคนหนึ่งของบ้านเรา โดยเจ้าตัวหวังว่าจะได้แสดงศักยภาพทั้งหมดที่เขามีบนเวทีระดับโลก วัน แชมเปียนชิพ ในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้

“ผมภูมิใจในความสำเร็จของผม แต่ผมต้องการมากกว่านี้”

“ผมอยากมีชื่อเสียงในระดับโลก และเป็นแชมป์โลกของ วัน แชมเปียนชิพ ให้ได้”

แสงมณี

แสงมณี

Sangmanee, one of the world’s most talented Thai boxers, is about to make his debut at the Championship Day on Friday, November 8 in Manila. Philippines in ONE: MASTERS OF FATE to fight against the first opponents in this arena, “The Magician” Azizalali

Although only 22 years old, but the owner’s nickname “The Million Dollar Baby” or as Westerners call “The Million Dollar Baby”. Sangmanee Sathien, Muay Thai Gym Grabbed success as a world champion, seven-time Muay Thai, famous in Thailand with a decisive punch style Combined with a handsome looking face

Today we will take to get to know him more. With an open mind to the path of a country life Before becoming the best boxing today

Saeng Manee was born and raised in Khon Kaen Province. In which the family is a farmer Poverty and difficult life in a village that is far from prosperity.

They have little or no money. Most of the rewards Is rice that is eaten in the family In addition, farming has to rely on the sky, rely on the rain. If there is a drought or flood The fields will receive quite a bit of damage.

When erratic with nature They therefore have to struggle to find other ways to feed their lives. Whether growing vegetables to eat by yourself Looking for other food Or even asking for help from neighbors

“We live in a small house. Must rely on pulling electricity from neighbors to use And also have to ask to use his bathroom as well “

Saengmanee’s father had to hold a fist trade to support his family. When Saengmanee was 6 years old, the father decided to let this son follow in his footsteps.

Both of them practice at home. Temporary gym that is ground and in front of the house is very simple. But their gyms started to rapidly bustle when the children of the village joined in to practice

After practicing for one month, Saengmanee began to shine prominently in the Muay Thai genius. By the first fight of life He was lifted onto the stage because he was too small to cross the rope.

“I won the first fight. I am very happy and excited. And I want to go to the arena again Even if the fee is only 200 baht, but it can help the family support. After that, I roamed the temple fair. Or where there is a stage for me to punch. “

Saeng Manee’s father was proud to see the light in his son’s path. He therefore farewell to the arena to devote time to awakening the light in the midst of the contempt of society.

“People tend to insult us because we are so poor They said that Thai boxing can’t help us. I will never forget the hardship of the family at that time. It takes a long time before we can open our eyes. “

Sang Mani did not take long to build up his boxing bones and punch the wires. Sweeping all his opponents in his hometown until the age of 10, he was invited to fight in the Black Knight Boxing round of million in Bangkok before winning the championship belt. After a fierce competition from 5 rounds, nonetheless, Saengmanee is still craving for his next success.

“It is my dream to win the championship stadiums of Lumpini and Ratchadamnoen Stadium. When I was young it didn’t feel any pressure. We just walked along the way. I loved Muay Thai and saw the family live a better life. “

The “Million Dollar Baby” gold queue arrived at the point where he had to compete in 8 fights in 7 days, but it made him happy to see the money increase respectively. While changing the life of yourself and family

While the “Millionaire baby” is approaching success everywhere He moved to practice with the 13 Coins Tower camp in Bangkok. Which made him change from boxing to embrace love Become the best boxing in the industry

He recalled that many people advised him to modify his fighting style to be diverse. If wanting to rise on the Thai boxing ring He therefore developed an offensive game with the help of the legendary Muay Thai such as “Saen Chai PK Saenchai Muay Thai Gym”

“It’s cool to practice with his older brother. And I got new techniques Many different things “

At the age of 15, Saeng Manee achieved his dream after winning the 105 pound pound championship of Lumphini stage, winning 3 ratchadamnoen boxing stadiums and the S-1 championship.

His remarkable achievement earned him the prestigious award. “Best Thai Boxer” of the Sports Journalists Association of Thailand in 2555 and is regarded as one of the most talented boxers. Punch the fiercest And grabbed the highest rating of one of our houses Which he hopes to show all his potential on the world stage in the Championships on November 8

“I am proud of my success. But I want more than this. “

“I want to be famous in the world And be the world champion of the One Day Championship. “

ติดตามข้อมูลสาระเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก : Google

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *